รีวิวภาพยนตร์ Den Of Thieves : โคตรนรกปล้นเหนือเมฆ 

 

Den Of Thieves : โคตรนรกปล้นเหนือเมฆ ภาพยนตร์อเมริกัน แนวแอ็คชั่น ผจญภัย และ อาชญากรรม กำกับภาพยนตร์โดย คริสเตียน กูดแกสต์ เขียนบทร่วมกับ พอล เชอริง

 

ตัวหนังเปิดเรื่อง แบบปลุกอารมณ์ คนดู กับฉาก ปล้นรถหุ้มเกราะ ขนเงิน แก๊งโจรทุกคน ใช้ปืนกล สาดกระสุน แบบไม่ยั้ง ใส่ตำรวจ จนตายเป็นเบือ ทั้ง 2 ฝ่าย กลายเป็นคดีใหญ่ ที่อยู่ใน ความรับผิดชอบ ของบิ๊กนิก

ที่ทีมของเขา มีเบาะแส ของแก๊งโจรกลุ่มนี้ อยู่แล้ว และพยายาม จะตามจับ มาโดยตลอด และการปล้น รถหุ้มเกราะเปล่า ๆ ครั้งนี้ ยิ่งความฉงน ให้กับบิ๊กนิก อย่างมาก ว่ามัน จะเอาไปทำอะไร

ก็ยิ่ง ชวนให้หนัง ดูน่าติดตาม หนังจำลอง เรื่องราว ให้เกิด ในลอส แองเจลิส อ้างอิงข้อมูลจริงว่า นี่คือรัฐ ที่มีการปล้นธนาคาร สูงที่สุดในโลก เล่าเรื่องราว 2 ฝั่ง ขนานกันไป

ฝั่งหนึ่ง คือแก๊งโจรปล้นธนาคาร ที่นำโดย เมอร์ริเมน สมาชิกแก๊ง แต่ละคน เคยติดคุก กันมาแล้ว และได้รู้จักกัน ตอนติดคุก ส่วนอีกฝั่ง เป็นตำรวจทีมอาชญากรรมหนัก นำโดย บิ๊ก นิค บทที่เจอร์ราดร์ด บัตเลอร์ ไปเพิ่มน้ำหนักตัว มาอีก 11 กิโลกรัม

ด้วยสภาพ แต่ละคน เคราหนา ร่างบึ้ก และรอยสักทั้งตัว ทำให้สภาพ ของตำรวจ แต่ละคน ก็ดูไม่ต่าง จากแก๊งโจร สักเท่าไหร่ แต่โดยรวม ก็ทำให้ บรรยากาศหนัง ดูเป็นหนังตำรวจ ผู้ร้าย ที่ดูจริงจัง เข้มข้น

 

DEN OF THIEVES

 

หนังลากยาว เป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมง 20 นาที เรื่องราวระหว่างนี้ ก็เล่าเรื่องราว 2 เส้นทาง ขนานกันไป ฝั่งหนึ่ง คือเล่าแผนการ อุกอาจ ที่ฟังดู แทบเป็นไปไม่ได้ กับการปล้น ธนาคารกลางของรัฐ ที่เป็นธนาคาร ที่รับฝากเงิน จากธนาคารอีกที

บทหนัง ดูจะให้ความสำคัญ กับแก๊งโจร มากกว่าตำรวจ เสียอีก เพราะค่อนข้าง กระจายความสำคัญ ให้กับหลายคน ในแก๊งโจร โดยเฉพาะ ดอนนี่ หนุ่มผิวสีนักซิ่ง ที่ดูเป็นเด็กหัวอ่อน ในแก๊งโจร และโดนบิ๊กนิก บังคับให้เป็นสาย

ฝั่งตำรวจนั้น บทหนัง จะลงลึก แค่ตัวบิ๊กนิค เพียงคนเดียว ส่วนลูกน้อง ที่ดูจนจบ ยังไม่รู้เลย ว่าใคร ชื่ออะไร บทหนังลงลึก ไปถึง เรื่องราวดราม่า ในครอบครัว ของบิ๊กนิค เสียมาก

การลงรายละเอียด ฉากหลัง ของตัวละครนั้น เป็นเรื่องดี ที่ทำให้ คนดู ได้รู้จักตัวละครหลัก ได้อย่างลึกซึ้ง เข้าถึงความคิด จิตใจ ของตัวละคร ทำให้คนดู ได้คาดเดา การกระทำ การตัดสินใจ ในเหตุการสำคัญ ของเรื่องราว ได้ก็จริง

แต่กับ Den Of Thieves ที่เป็นหนังแอ็คชั่น ดุเดือด แต่หมดเวลา มากเกินไป กับเรื่องราวดราม่า ในครอบครัว ของบิ๊กนิก ซึ่งสุดท้าย ก็ถูกทิ้งหาย ไม่ได้มีผลอะไร กับช่วงท้าย ของหนัง

เลยกลายเป็น ว่าฉากหลังครอบครัว ของบิ๊กนิค แม้ว่าจะช่วย สร้างความลึก ให้กับตัวละคร แต่ก็เป็นช่วงเวลา ที่สูญเปล่า ถ้าตัดทอนไป ก็จะทำให้ หนังไม่ยาวถึง 2 ชั่วโมงกว่า และโทนหนัง ก็เป็นแอ็คชั่นเพียว ๆ มากขึ้น

 

den of thieves

 

Den Of Thieves เป็นหนังที่ สร้างคาแรกเตอร์ ตัวคร ที่ดูถึก บึกบึน ได้พอฟัดพอเหวี่ยง กันทั้ง 2 ฝ่าย ที่ดูโหดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยความที่ สร้างคาแรกเตอร์ ตัวละคร ได้ดู มีความน่ากลัว ในตัว

เลยส่งผลให้หนัง มีฉากคาดคั้น ข้อมูล ที่ชวนให้ลุ้น เกร็ง กับชะตากรรม ของเหยื่อ ว่าจะรอดไหม และการปูเรื่องราว ที่หนัก และแน่น กว่าชั่วโมง เพื่อให้เรื่องราว มาประทุ ในฉากไคลแมกซ์ ท้ายสุด ของเรื่อง

แม้หนัง จะไม่ได้มีฉากปะทะกัน มากมาย ทั้งเรื่อง มีแค่ 2 ฉาก คือฉากเปิด กับฉากจบ แต่ทั้ง 2 ฉาก ก็เป็นฉาก ที่ทำได้มันส์ รุนแรง เสียงกระสุน ไม่มีขาดหายไป สักวินาที

โดยเฉพาะ ฉากปิดเรื่อง ที่ปูอารมณ์ มาได้ดี และวางสถานการณ์ ได้น่าสนใจ ให้ทั้ง 2 ฝ่าย สาดกระสุนกัน กลางถนน ที่มีรถ อยู่บนถนน กว่าร้อยคัน ชวนให้นึกถึง ฉากคลาสสิกใน Heat (1995) ของไมเคิล มานน์

และอีกจุด ที่ทำให้ หนังน่าติดตาม ก็คือ ความฉลาด ของแก๊งตัวร้าย ที่วางแผน ได้ซับซ้อน รัดกุม ในการปล้นธนาคารรัฐ ล่อหลอก ได้ทั้งตำรวจ และเพื่อนร่วมแก๊งกันเอง

เป็นแผนการ ดูไม่เวอร์ เกินไปนัก และไม่ได้พึ่งพา อุปกรณ์ไฮเทค มากมาย และที่สำคัญ ที่อารมณ์หนัง ทำได้ชวนลุ้นมาก กว่าจะรู้ตัวอีกที เราก็กลายเป็น พวกผู้ร้าย ที่ดันเอาใจช่วย ให้แผนการปล้น สำเร็จไปเสียแล้ว

อีกส่วน ที่ต้องชื่นชม คริสเตียน กู๊ดแกสต์ ในฐานะเจ้าของเรื่อง อีกครั้ง คือ การขมวดจบ เรื่องราว แบบหักมุม เผยตัวผู้อยู่เบื้องหลัง อย่างแท้จริง มีย้อนไปเฉลย แต่ละฉาก ตั้งแต่ต้นเรื่อง ให้เข้าใจ กันปรุโปร่ง เลยทีเดียว ufabet24

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *