ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จาก ชู้ ทำยังไง ?

 

ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากชู้ สามารถทำได้ เนื่องจาก กฎหมายของไทย ได้ให้ความคุ้มครอง สถาบันครอบครัว ซึ่งประเด็น เรื่องการคบชู้ ไม่ว่า จะในฝ่ายหญิงหรือชาย ก็สามารถ ฟ้องร้องเรียกค่าทดแทน หรือค่าเสียหาย ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1523

แต่หลักสำคัญ คือ ทั้งหญิง และชาย จะต้องจดทะเบียนสมรส กันก่อน

 

ฝ่ายชาย ฟ้องชายชู้ ของภรรยา

กฎหมาย ได้กําหนด หลักเกณฑ์ ไว้ว่า สามี สามารถ ที่จะ เรียกค่าทดแทน จากผู้ที่ ล่วงเกินภริยา ไปในทางชู้สาว ก็ได้ ( ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรค 2 )

สามารถ อธิบาย ได้ว่า เพียงชายชู้ มีพฤติกรรม ล่วงเกินภรรยา ในทางชู้สาว ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทําให้ เกิดสิทธิ ในการ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย โดยการล่วงเกิน ในทางชู้สาวนั้น ไม่จําเป็น จะต้อง ถึงขั้น มีเพศสัมพันธ์กัน ก็ได้

เพียงแค่ จับเนื้อ ต้องตัวกัน ในลักษณะ ที่ไม่เป็นไป ตามศีลธรรม ในทางเพศ เช่น หอมแก้ม กอด จูบ หรือนอนกอดกัน ก็ถือว่า เป็นการล่วงเกิน ไปในทํานอง ชู้สาว แล้ว และถ้ายิ่งมีเพศสัมพันธ์กัน ก็ถือได้ว่า เป็นการล่วงเกิน ในทํานองชู้สาว

 

ฝ่ายหญิง ฟ้องหญิงชู้ ของสามี

กฎหมาย ได้กําหนด หลักเกณฑ์ ไว้ว่า ภรรยา จะเรียกค่าเสียหาย จากหญิงอื่น ที่แสดงตน โดยเปิดเผย เพื่อแสดงว่า ตนมีความสัมพันธ์ กับสามี ในทํานองชู้สาวก็ได้ ( ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1521 วรรค 2 )

จะต้องเป็น กรณีที่ หญิงชู้ หรือภริยาน้อย แสดงตน โดยเปิดเผย ว่าตนเอง เป็นหญิงชู้ หรือภริยาน้อย ของสามี เช่น มีการพา ไปออกงานต่าง ๆ พาไปแนะนํา ให้ญาติ พี่น้อง หรือคนที่ทํางาน รู้ว่า เป็นแฟนกัน หรือไปอยู่บ้านเดียวกัน หรือมีบุตรด้วยกัน และให้บุตร ใช้นามสกุล ของสามี

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเพียงสามี แอบลักลอบ ไปร่วม ประเวณี กับหญิงชู้ เป็นครั้งคราว ไม่ถือว่า ภรรยาน้อย หรือหญิงชู้ แสดงตน โดยเปิดเผย ว่าตนเอง มีความสัมพันธ์ กับสามี

ถือว่า ไม่มีความผิด ตามกฎหมาย ตามมาตรานี้ ศาลจะถือ ว่าเป็นการลักลอบ ได้เสียกัน และมักจะยกฟ้อง

แต่เหตุการณ์ เป็นกิ๊กกัน แอบนอน กับสามีคนอื่น ซึ่งใช้ได้ ทั้งในกลุ่ม ชายรักชาย และหญิงรักหญิง แล้วอีกฝ่ายหนึ่ง มีหลักฐาน เป็นเหตุให้ ต้องฟ้องหย่า ตามมาตรา 1516 (1) ภริยา หรือสามี มีสิทธิ ได้รับค่าทดแทน และจากผู้ซึ่ง ได้รับอุปการะ เลี้ยงดู หรือยกย่อง ผู้ซึ่งเป็นเหตุ แห่งการหย่านั้น

 

ชู้สาว

จ้างนักสืบชู้สาว

 

การดําเนินคดี

ชู้สาว เป็นคดีแพ่ง ต้องฟ้องร้อง ดําเนินคดี ต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ไม่สามารถ ไปแจ้งความ ดําเนินคดี เอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือพนักงานสอบสวน ในทางอาญา ตํารวจ ไม่มีหน้าที่ ไปเกี่ยวข้องด้วย

ยกเว้นแต่ พบว่า อีกฝ่ายหนึ่ง จดทะเบียนสมรสซ้อน แล้วแต่กรณี และคดีชู้สาว มีอายุความ ในการดําเนินคดี ภายใน 1 ปี นับตั้งแต่รู้ หรือควรรู้ เกี่ยวกับ การมีชู้ หรือการล่วงเกินภริยา ในทํานองชู้สาว

“ถ้าคุณมีหลักฐาน ไม่ชัดเจน เพียงพอ แล้วไปฟ้องร้องเขา หากศาล ยกฟ้อง ว่าไม่มีหลักฐานชัด พอว่า เขาเปิดเผย ว่ามีความสัมพันธ์ ฉันชู้สาวกับสามีคุณ คุณก็อาจ ถูกเขาฟ้องกลับได้ ในฐานะ หมิ่นประมาท เนื่องจาก ทําให้เขา เสื่อมเสียชื่อเสียง ได้เช่นเดียวกัน” ตาม ปพพ.มาตรา 1529

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ คดี ที่ผู้เสียหาย มาลงบันทึก ประจำวัน ไว้ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ในนครบาล พบว่า เป็นคดี ที่เกิดจาก คู่สามีภรรยา ทำร้ายร่างกาย กันเอง กิ๊กทะเลาะวิวาท กับเมียหลวง ทำร้ายร่างกาย ทำให้บาดเจ็บ จนเกิดคดีอาญา ซึ่งสาเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถ รับแจ้งความได้

ในขณะที่ คดีความ เกี่ยวกับชู้สาว แอบคบซ้อนกัน ถ้าจะเอาผิด ดำเนินคดี ต้องตั้งทนายฟ้อง คดีแพ่ง โดยที่ผ่านมา ประชาชน คงทราบดี ดังนั้น การที่ สามี – ภรรยา นอกใจ ไปคบชู้

จึงไม่มี ความจำเป็น ที่จะต้อง มาแจ้งความ หรือลงบันทึกประจำวัน เว้นแต่ว่า เกิดการตบตี ทะเลาะวิวาท กันเท่านั้น ซึ่งสถิติ แต่ละพื้นที่ ที่ผ่านมา เกิดขึ้น เดือนละเพียง 20% เท่านั้น

หากมาถึง จุดสุดท้ายแล้ว ถ้ากฎหมาย ยังทำอะไร คนเป็นชู้ ไม่ได้ สิ่งเดียว ที่ทำได้ ก็คงเป็น ให้ทุกอย่าง เป็นไปตามเวร ตามกรรม เชื่อว่า ที่สุดแล้ว ความผิดเหล่านี้ จะติดตาม เกาะกินหัวใจ คนที่เล่นชู้ คนเป็นชู้ พวกตีท้ายครัวชาวบ้าน จนกว่าเขาเหล่านั้นจะลงโลง หมดลมหายใจ….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *